UFABETWINS “อาลี” ยังยอมสยบ : ทำไม “อันโตนิโอ อิโนกิ” จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักสู้ญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่สุด?

UFABETWINS มูฮัมหมัด อาลี, แมนนี ปาเกียว, แอนเดอร์สัน ซิลวา, ชูการ์ เรย์ โรบินสัน และ บร็อค เลสเนอร์ ทั้งหมดคือนักสู้ที่คว้าชัยชนะบนเวทีมวยสากลมาแล้วมากมาย

จนได้รับการยอมรับให้เป็น สุดยอด จากแฟนกีฬาทั่วโลก กล่าวถึง สุดยอดนักสู้ ในประเทศญี่ปุ่น มีผู้ชายคนหนึ่งที่ได้การยอมรับ แต่เขาไม่ใช่นักมวย ไม่ใช่นักและไม่เคยเอาชนะการต่อสู้ของ

จริงเลยสักครั้ง แต่กลับคว้าตำแหน่ง ยอดนักสู้ ไปครอบครองนำเสนอเรื่องราว อันโตนิโอ อิโนกิ ผู้เคยยืนหยัดต่อหน้า มูฮัมหมัด อาลี 15 ยก โดยไม่โดนสักหมัด จนสร้างอิทธิพลแก่วงการ

และได้รับการขนานนามเป็น นักสู้ชาวญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เริ่มต้นจากมวยปล้ำ เส้นทางนักสู้ของ อันโตนิโอ อิโนกิ หรือในชื่อจริง คันจิ อิโนกิเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 14 ปี เมื่อกิจการค้า

ถ่านหินของครอบครัวในเมืองโยโกฮามาซบเซา ตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวของเขาจึงตัดสินใจ ย้ายถิ่นฐานออกจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนห่างไกลอย่าง

ประเทศบราซิลเด็กชายอิโนกิ เผชิญความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับภาษาและวัฒนธรรมใหม่ ในใจเฝ้าคิดถึงวันและเวลาจะได้หวนคืนบ้านเกิดอีกครั้ง โอกาสของเขามาถึง เมื่อคณะทัวร์

มวยปล้ำของ ริคิโดะซังผู้ได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งมวยปล้ำญี่ปุ่น” เดินทางมาเปิดการแสดงที่บราซิล อิโนกิ ตีตั๋วเข้าชมความมหัศจรรย์ของวงการมวยปล้ำ ก่อนตกหลุมรักเข้าอย่างจัง

UFABETWINS

ปี 1960 อิโนกิเดินทางกลับสู่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับคณะมวยปล้ำของริคิโดะซัง เขาถึงครอบครัวและทุกอย่างไว้เบื้องหลัง นำเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นจากประเทศบราซิลติดตัวมา นั่นคือ

ชื่อ “อันโตนิโอ” แม้อายุเพียง 17 ปี อันโตนิโอ อิโนกิ แสดงความสามารถในฐานะสุดยอดนักมวยปล้ำ เขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสองศิษย์รักของริคิโดะซัง เคียงคู่ โชเฮ บาบะ หรือ ไจแอนท์

บาบะ ทั้งสองเริ่มต้นในเส้นทางแตกต่าง ไจแอนท์ บาบะ ประสบความสำเร็จที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่ อิโนกิ สร้างชื่อเสียงในญี่ปุ่น ปี 1963 ริโดะซัง เสียชีวิตจากการถูกสังหารโดยฝีมือของยา

กูซ่า ความตายแบบกะทันหันของอาจารย์ ผลักดันลูกศิษย์ทั้งสองรับช่วงต่อมวยปล้ำญี่ปุ่น บาบะ และ อิโนกิ รวมตัวสร้างแท็กทีมชื่อ พวกเขาครองแชมป์รวม 4 สมัยไจแอนท์ บาบะ และ อันโต

นิโอ อิโนกิ คือคู่หูนักสู้บนเวที แต่หลังฉาก ทั้งสองคือเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด นับตั้งแต่ริคิโดะซังเสียชีวิต บาบะ ผู้เป็นรุ่นพี่ของอิโนกิ ได้สิทธิ์ครองแชมป์ ต่อจากผู้เป็นอาจารย์ และไม่เคย

แบ่งมันให้นักมวยปล้ำญี่ปุ่นรายใดนับแต่นั้น อิโนกิไม่พอใจกับสถานะหมายเลข 2 ปี 1971 เขาพยายามปฏิวัติแนวทางการบริหารสมาคม แต่ความพยายามของอิโนกิล้มเหลว และถูกบาบะไล่

ออกจากค่าย เขาดึงแผนสองออกมาใช้ ด้วยการเปิดค่ายมวยปล้ำของตัวเอง ประกาศตัวเป็นศัตรูกับบาบะอย่างเป็นทางการ คือค่ายมวยปล้ำปล้ำใหม่ เพื่อสร้างจุดเด่นให้ผู้ชมหันมาสนใจ อันโต

นิโอ อิโนกิ จึงสร้างมวยปล้ำรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปจากที่คนญี่ปุ่นเคยเห็น แทนจะใช้แนวทางเดิมที่ได้รับอิทธิพลจากอเมริกา มวยปล้ำแบบใหม่ของอิโนกิมีชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องกล่าว

ให้เข้าใจ เนื่องจากผู้อ่านหลายคนอาจคิดว่ามวยปล้ำ คือกีฬาต่อสู้ “ของปลอม” หากคุณติดตามแค่ แต่ในประเทศญี่ปุ่น มวยปล้ำคือกีฬาต่อสู้ “ของจริง” แม้จะมีการกำหนดผลการ

แข่งขันล่วงหน้า แต่ทุกท่วงท่าในกีฬามวยปล้ำสมัยนั้น ต้องอัดจริงเจ็บจริง ไม่ต่างจากกีฬาต่อสู้ชนิดอื่น มวยปล้ำในประเทศญี่ปุ่น อยู่ในบริบทของกีฬาต่อสู้ที่แท้จริงมาเสมอ ค่ายของอิโนกิ

จึงไม่เพียงแย่งชิงความนิยมจากค่ายมวยปล้ำคู่แข่งของบาบะแต่ยังต้องชิงความนิยมจากกีฬาต่อสู้ชนิดอื่น ไล่ตั้งแต่ คิกบ็อกซิ่ง, ยูโด ไปจนถึง คาราเต้ จึงกลายเป็นรูปแบบที่นำเทคนิคการ

ต่อสู้ของศิลปะป้องกันตัวชนิดอื่นมาใช้ในกีฬามวยปล้ำ ทั้งการทุ่มแบบยูโด, เตะตัดล่างแบบมวยไทย, รวบคู่ต่อสู้ลงพื้นเพื่อทำซับมิชชัน หรือ โจมตีย้ำไปที่จุดตายของคู่ต่อสู้ ทั้งหมดล้วน

UFABETWINS

เป็นพื้นฐานของ และสร้างให้มวยปล้ำของ ได้รับความนิยมไปอีกหลายทศวรรษหนังสือ หรือ สารานุกรมศิลปะการต่อสู้แบบผสม ให้คำนิยามรูปแบบมวยปล้ำของอิโนกิไว้ว่าแปลเป็นไทยคือ

มวยปล้ำรูปแบบต่อยจริง ทักษะการต่อสู้ที่สร้างขึ้นโดยอิโนกิ จึงสามารถนำไปใช้ในกีฬารูปแบบอื่น ที่ไม่ถูกจำกัดโดยการกำหนดผลการแข่งขัน เหมือนดั่งกีฬามวยปล้ำ

บางท่านอาจรู้สึกว่าผู้เขียนกล่าวเกินจริงหรือเปล่า มวยปล้ำจะสู้ศาสตร์การต่อสู้อื่นได้อย่างไร? คำตอบของคำถามดังกล่าวอยู่กึ่งกลาง อิโนกิ เอ่ยคำท้ายอดนักสู้จากทุกวงการมาเผชิญหน้ากับ

ตนบนสังเวียน ในรูปแบบ “กึ่งจริงกึ่งปลอม” นั่นคือ กำหนดผลการแข่งขัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีต้องสมจริงที่สุด จนคนดูแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับความลวง ภาพที่ปรากฏออกมาจึง

กลายเป็น อิโนกิ ล้มสุดยอดนักสู้จากหลายแขนง ไล่ตั้งแต่ วิลเลม รัสกา นักยูโดเหรียญทองโอลิมปิก, วิลลี วิลเลียมส์ แชมป์โลกคาราเต้ ไปจนถึง ชัค เว็บเนอร์ นักมวยผู้สร้างแรงบันดาลใจ

แก่ตัวละคร ร็อคกี บัลบัวชัยชนะทั้งหมดที่กล่าวมา พา อันโตนิโอ อิโนกิ ก้าวขึ้นสู้ตำแหน่งยอดนักสู้แห่งประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่ระดับโลก ไฟต์ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในฐานะ

ตำนาน คือแมตช์หยุดโลกที่เขาเจอกับ มูฮัมหมัด อาลี นักชกที่กล่าวกันว่า ฝีมือดีที่สุดตลอดกาล ไฟต์ดังกล่าวมีการกำหนดผลล่วงหน้า แต่เหตุการณ์พลิกผันให้ทั้งสองปะทะกันแบบตาต่อตา

ฟันต่อฟัน เกิดอะไรขึ้นกับการต่อสู้ในวันนั้นกันแน่… บุรุษผู้สยบ “อาลี” วันที่ 25 มิถุนายน ปี 1976 อันโตนิโอ อิโนกิ มีกำหนดพบกับ มูฮัมหมัด อาลี แชมป์โลกมวยสากลรุ่นเฮฟวีเวตของ

สมาคมในขณะนั้น ที่สนาม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเบื้องหลังแมตช์ดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน อาลี ได้รับค่าตอบแทนจากโปรโมเตอร์ (นั่นคือ อิโนกิ) เป็นเงินจำนวน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อาลี ตอบตกลงข้อเสนอในทันที จนลืมพิจารณาว่า แมตช์ที่กำลังจะเกิดขึ้น มีการกำหนดผลล่วงหน้า และผู้แพ้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก มูฮัมหมัด อาลี แน่นอนว่าเขาไม่แฮปปี้ แต่จำนวนเงินมาก

เกินกว่าจะปฏิเสธ ดังนั้น อาลีจึงยื่นข้อเสนอสร้างกฎกติกาพิเศษขึ้นมา เพื่อทำให้อิโนกิดูเป็นคนโง่ที่ “บังเอิญ” คว้าชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็น ห้ามอิโนกิใช้เทคนิครวบข้อเท้า, ห้ามอิโนกิใช้ท่า

ซูเพล็ก, ห้ามอิโนกิใช้ท่าเตะขณะยืน ขณะที่อาลีสามารถออกหมัดได้เต็มที่ แบบไม่มีผิดกติกา ทันทีที่กฎพิเศษดังกล่าวออกมา แมตช์ที่เคยกำหนดผลล่วงหน้า จึงแปรเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ของ

จริง อิโนกิ ปฏิเสธจะฝึกซ้อมแมตช์ล่วงหน้ากับ อาลี แมตช์ที่ควรจะเป็นงานง่ายของทั้งสองฝ่าย จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เสียงระฆังดังขึ้น การต่อสู้ระหว่าง อันโตนิโอ

อิโนกิ และ มูฮัมหมัด อาลี เริ่มต้น นักมวยปล้ำชาวญี่ปุ่น ทิ้งตัวลงกับพื้น และพยายามไล่เตะอาลี ตามช่องว่างที่กฎกติกาเอื้ออำนวย การต่อสู้ดำเนินไปในลักษณะนี้ตลอด 15 ยก ก่อนจบลงด้วย

ผลเสมอ แบบทั้งคู่แทบไม่โดนตัวกันด้วยซ้ำหลายคนเรียกแมตช์ดังกล่าว “แมตช์แห่งศตวรรษ” บางคนเรียก “แมตช์แห่งความอัปยศ” ไม่ว่าคุณจะมองมันในรูปแบบใด การต่อสู้ระหว่าง อิโนกิ

และ อาลี ถูกขนานนามเป็นการต่อสู้ ไฟต์แรกของโลก และทักษะมวยปล้ำแบบ ของอิโนกิ ที่เล่นงานขาของอาลีจนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถูกส่งผ่านสายตาคนมากกว่า 1,400 ล้านราย ชื่อของ

อันโตนิโอ อิโนกิ ถูกจดจำในฐานะสุดยอดนักสู้จากญี่ปุ่น นับแต่นั้น เขาคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับ ริค แฟลร์ จากการเป็นคู่เอกศึก ที่เมืองเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นโชว์มวย

ปล้ำที่มีจำนวนผู้ชมมากที่สุดตลอดกาล อยู่ที่ 165,000 รายอันโตนิโอ อิโนกิ ทำในสิ่งที่นักมวยปล้ำรายหนึ่งสมควรทำ คือดึงผู้ชมเข้าสู่สนามแข่งขัน ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเขาในฐานะ

ยอดนักสู้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพิสูจน์ แต่ถึงกระนั้น หลายคนยังสงสัยว่าเขานักสู้ที่เก่งจริงหรือไม่? ในเมื่อแทบทุกไฟต์ที่เขาคว้าชัยชนะ คือการต่อสู้แบบกำหนดผลล่วงหน้า ขณะที่แมตช์แบบสู้

จริง (แมตช์กับอาลี) เขากลับคว้าชัยชนะไม่ได้ ข้อสงสัยถึงความสามารถของอิโนกิ ถูกเฉลยอีกหลายสิบปีให้หลัง เมื่อทักษะมวยปล้ำแบบกลายเป็นรากฐานแก่นัก ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นใน

เวลาต่อมา ทั้งล้วนได้รับอิทธิพลจากมวยปล้ำของ อิโนกิ ทั้งสิ้นสุดยอดนัก ชื่อดังอย่าง อากิระ มาเอดะ, มาสะคัทสึ ฟูนากิ และ มิโนรุ ซูซูกิ ต่างได้รับการถ่ายทอดวิชาต่อสู้จาก โยชิอากิ ฟูจิ

วาระ อันเป็นศิษย์เอกของอิโนกิ หมายความว่า ทักษะมวยปล้ำของอิโนกิ ถูกส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น จนพัฒนาเป็นศาสตร์ ในญี่ปุ่น มรดกจาก อันโตนิโอ อิโนกิ ยังมีอีกมากมาย แม้ภายหลังความ

คลั่งไคล้ของ ในตัวเขา จะเกือบทำลายค่าย จนป่นปี้ แต่คุณงามความดีที่มีแก่วงการมวยปล้ำญี่ปุ่นไม่มีวันเสื่อมคลาย นำมาสู่ธรรมเนียมของนักมวยปล้ำรุ่นใหม่ที่เต็มใจให้อิโนกิ “ตบหน้า”

ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในอาชีพของตนเองอันโตนิโอ อิโนกิ จึงไม่ใช่เพียงสุดยอดนักมวยปล้ำ เขาถูกยกย่องในฐานะ “สุดยอดนักสู้” จากประเทศญี่ปุ่น แม้ไม่เคยเอาชนะในแมตช์ต่อสู้

ของจริงเพียงสักครั้ง แต่บทบาทการบุกเบิกและคิดค้นทักษะที่เป็นรากฐานของกีฬามวยปล้ำ และ ในปัจจุบัน ทำให้ อิโนกิ ได้รับการยอมรับและความเคารพจากแฟนกีฬาทั่วโลก ตราบนานเท่านาน

คลิกเลย >>> UFABETWINS

อ่านเพิ่มเติม >>> https://www.qusheng888888.com