UFABETWINS ซนโดนไล่-วิลเลี่ยนเบิ้ลพาเชลซีบุกอัดสเปอร์ส10คน จวกแฟนไก่เหยียดผิว

ซนโดนไล่-วิลเลี่ยนเบิ้ลพาเชลซีบุกอัดสเปอร์ส10คน จวกแฟนไก่เหยียดผิว

มูรินโญ่ ชวดโอกาสที่พา “ไก่เดือยทอง” ขึ้นไปรั้งท็อปโฟร์ของตาราง หลังพลาดท่าแพ้คาบ้านให้ “สิงห์บลูส์” 0-2 จากสองประตูของ วิลเลี่ยน เพลย์เมกเกอร์บราซิเลี่ยน อีกทั้งเกมนี้สเปอร์สต้องเหลือแค่ 10 คน หลัง ซน ฮึง มิน โดนไล่ออกจากสนาม นอกจากนี้ยังมีเหตุดราม่าหลังแฟนบอลสเปอร์สมีพฤติกรรมเหยียดผิว อันโตนิโอ รือดิเกอร์ แนวรับเชลซี ส่งผลให้ทัพสิงห์ ยังรั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนนต่อไป ในศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมากลายเป็นทีมเยือนที่บุกได้สมน้ำสมเนื้อกว่า นาทีที่ 6 เมสัน เมาน์ท ครอสเข้ากลางมาให้ แทมมี่ อบราฮัม กดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลออกข้างไป

กระนั้น นาที 12 “สิงห์บลูส์” มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 บอลเล่นสั้นจากมุมธงทางด้านซ้าย วิลเลี่ยน เล่นสั้นกับ มาเตโอ โควาซิช ก่อนที่บอลจะมาถึงสตาร์ชาวบราซิเลี่ยนอีกครั้ง ลากตัดเข้ากลางในกรอบแล้วปั่นด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม

นาที 28 เป็นโอกาสยิงหนแรกของ “ไก่เดือยทอง” หลัง มุสซ่า ซิสโซโก้ เลี้ยงแหวกขึ้นมาทางขวาก่อนตบมาเสาแรกให้ แฮร์รี่ เคน ซัดตามน้ำด้วยขวาเหินคานออกไป

อีกนาทีถัดมา ลูกัส มูร่า เก็บบอลวางยาวมาได้แล้วจ่ายเร็วให้ แฮร์รี่ เคน หลุดขึ้นไปทางขวาแล้วครอสเลียดไปเสาไกล ให้ ซน ฮึง มิน วิ่งมาอัดด้วยซ้ายหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 40 เกมต้องหยุดชั่วคราวหลัง มุสซ่า ซิสโซโก้ พุ่งไปปะทะอัด เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ก่อนจะเช็กอาการนายด่านสิงห์บลูส์ก่อนจะกลับมาเล่นได้ตามปกติ

ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+3 เปาโล กาซซานิก้า ออกมาเตะบอลวืดทำให้ยกเท้าสูงไปขวางการเล่นของ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่ตามมาเล่นบอล ทีแรกผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์ของผู้เล่นเกมรุกก่อน แต่พอผู้เล่นของ “สิงห์บลูส์” เข้าไปประท้วงว่า นายด่านไก่เดือยทองพุ่งออกมาสกัดบอลพลาดทำให้ขวางการเล่นของอลอนโซ่ ทำให้ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ต้องเช็กกับห้องควบคุม VAR ก่อนจะกลับคำตัดสินเป่าให้จุดโทษแก่ทีมเยือน และเป็น วิลเลี่ยน ที่ยิงเข้าไปไม่พลาด พาทัพสิงห์บุกมานำ 2-0 และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้อีกด้วย

จบครึ่งแรก สเปอร์ส เล่นผิดฟอร์มตามหลัง เชลซี 0-2

ครึ่งหลัง มูรินโญ่ นายใหญ่สเปอร์สแก้เกมทันทีด้วยการส่ง คริสเตียน อีริคเซ่น ลงไปเล่นแทน เอริก ดายเออร์

นาที 55 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม จากจังหวะบอลสวนกลับ วิลเลี่ยน รับบอลหน้ากรอบก่อนล็อคหนีแนวรับแล้วก่อนบอลถึง มาร์กอส อลอนโซ่ วิ่งมาตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อจน เปาโล กาซซานิก้า รับไม่อยู่ มาเข้าทาง แทมมี่ อบราฮัม ตามซ้ำเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้าก่อนทำให้เชลซีพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

นาที 62 สถานการณ์ของเจ้าบ้านต้องแย่ลงไปอีกเมื่อต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง ซน ฮึง มิน โดนใบแดงจากจังหวะที่ไปปะทะกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ก่อนแข้งโสมขาวจะล้มลงไปแล้วเจตนาใช้สตั๊ดถีบใส่แนวรับสิงห์บลูส์ ผู้ตัดสินเช็กจาก VAR อีกรอบก่อนมองว่าเป็นเจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้ก่อนจะให้ใบแดงไล่แข้งชาวเกาลีใต้ออกจากสนาม

กลายเป็นทีมเยือนเล่นได้ง่ายกว่าหลังได้เปรียบตัวผู้เล่น นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาไหลเข้ากลางให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตั้งป้อมยิงระยะไกลบอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้ลุ้น

หลังจากนั้น นาที 78 เกมต้องหยุดชั่วคราว หลังแข้ง “สิงห์” ประท้วงมีการเหยียดเชื้อชาติ หลัง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โดนแฟนบอลสเปอร์สล้อเลียน กระนั้นเกมก็คลี่คลายก่อนกลับมาแข่งขันกันต่อ

ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าถิ่นไร้ไอเดียในการเข้าทำ ส่วน สิงห์บลูส์ เน้นเล่นง่ายก่อนครองบอลจนหมดเวลการแข่งขัน เป็นอันว่าศึกลอนดอนดาร์บี้ สเปอร์ส พ่ายให้ เชลซี คาบ้าน 0-2 ส่งผล เชลซี ของแฟร้งค์ แลมพาร์ด กลับมาคืนฟอร์มคว้าสามแต้มได้สำเร็จ ทำให้มีเพิ่มเป็น 32 คะแนน รั้งอันดับ 4 ต่อไป ขณะที่ มูรินโญ่ พ่ายคาบ้านเป็นนัดแรกนับแต่มาคุมสเปอร์ส อยู่อันดับ 7 มี 26 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

สเปอร์ส (4-2-3-1) : เปาโล กัซซานิก้า, แซร์ช โอริเย่ร์, ดาวินซอน ซานเชซ, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น ( แดนนี่ โรส น.74), มูสซ่า ซิสโซโก้, เอริก ดายเออร์ (คริสเตียน เอริคเซ่น น.46), ลูคัส มูร่า (ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ น.74), เดเล่ อัลลี่, ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน

ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.80), คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ฟิคาโย่ โทโมริ, มาร์กอส อลอนโซ่,  เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช (จอร์จินโญ่ น.68), วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราฮัม (มิชี่ บาตชูอายี่ น.80), เมสัน เมาน์ท

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ผู้ตัดสิน :  แอนโธนี่ เทย์เลอร์

เหยียดผิวไม่หยุด! เจาะ 5 ข้อ สเปอร์ส โดน เชลซี ขย้ำคาบ้าน

เหยียดผิวไม่หยุด! เจาะ 5 ข้อ สเปอร์ส โดน เชลซี ขย้ำคาบ้าน

การเห็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด ปะทะกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ระหว่าง เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยงานนี้ศึกยกแรกลูกศิษย์จัดการปราบคุณครูไปเรียบร้อย ด้วยสกอร์เบาๆ สบายๆ 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

แมตช์นี้ยังมีประเด็นให้ต้องพูดถึงกันอีกยาวโดยเฉพาะในจังหวะที่แฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ส่งเสียงเหยียดผิว อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กองหลังทีมชาติเยอรมัน อย่างหนักในครึ่งหลัง โดยเหตุผลมาจากการที่เขามีส่วนทำให้ ซน ฮึง มิน ต้องโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

ขณะเดียวกันระบบเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือ “วีเออาร์” ถือเป็นพระเอกในแมตช์นี้เช่นกัน เพราะมีส่วนตัดสินจังหวะสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของเกมทั้งการได้จุดโทษของ เชลซี และการลงโทษ สตาร์ลูกหนังทีมชาติเกาหลีใต้ จากการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

แฟร้งค์ แลมพาร์ด เป็นหนึ่งในนักเตะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ชื่นชอบอย่างมากสมัยที่ทำงานร่วมกันกับ เชลซี โดย “แลมพ์ส” ลงสนามถึง 215 แมตช์ในยุคที่ “เฮียมู” กุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ 2 สมัย

แน่นอนว่า แลมพาร์ด ได้เห็นการทำงานของ มูรินโญ่ มาตลอดตอนที่อยู่กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ จะรู้ตื้นลึกหนาบางของ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส ว่าจะเล่นแท็คติกแบบไหน หรือวางกลยุทธยังไงในเกมที่นำ สเปอร์ส ปะทะทีมเก่า

แมตช์นี้ แลมพาร์ด โชว์ให้เห็นถึงกึ๋นที่แสนคมกริบในการเลือกวิธีที่จะใช้รับมือกับแนวรุกที่ไหนลื่นของ “ไก่เดือยทอง” ทั้งเดเล่ อัลลี่, ซน ฮึง-มิน, ลูคัส มูร่า และ แฮร์รี่ เคน ได้อยู่หมัด ด้วยการใช้แนวรับ 3 ตัวได้แก่ คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์  และ ฟิคาโย่ โทโมริ

วิลเลี่ยน ยิ่งเล่นยิ่งแทน อาซาร์ ได้
การที่ เชลซี ขาด เอแด็น อาซาร์ ทำให้แนวรุกของพวกเขาอ่อนยวบไปทันที โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูกาลนี้เห็นได้ชัดว่าทีมขาดผู้เล่นที่จะคอยสร้างสรรค์เกม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ วิลเลี่ยน เริ่มค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเติมเต็มในตำแหน่งของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ได้เรื่อยๆ

เหยียดผิวไม่หยุด! เจาะ 5 ข้อ สเปอร์ส โดน เชลซี ขย้ำคาบ้าน

แมตช์นี้ สตาร์ลูกหนังชาวบราซิเลียน โชว์ฟอร์มได้สุดบรรเจิดโดยในครึ่งแรก เขาแสดงให้เห็นถึงทักษะในการลากเลื่อยหลอกล่อแนวรับ สเปอร์ส จนหัวหมุน ก่อนที่จะลากตัดเข้ากลางในกรอบแล้วปั่นด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม ส่วนอีกประตูมาจากจังหวะจุดโทษช่วงนาที 45+3

แน่นอนว่าการขาด อาซาร์ ทำให้การขับเคลื่อนเกมรุกของ เชลซี อาจจะไม่หวือหวา แต่ตอนนี้ วิลเลี่ยน พยายามที่จะยกระดับตัวเองเพื่อที่จะทนทานการจากไปของ จอมทัพชาวเบลเยียม และดูเหมือนว่าตอนนี้แฟนบอล “สิงห์บลูส์” คงยิ้มอย่างมีความสุขกับฟอร์มของ วิลเลี่ยน

กัซซานิก้า คิดอะไรอยู่ ?
หากเป็น อลีสซง เบ็คเกอร์ กับ เอแดร์ซอน คงมีวิธีการเข้าบอลที่ฉลาดหลักแหลมไม่เหมือนกับผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวะของ เปาโล กัซซานิก้า ที่เข้าปะทะกับ มาร์กอส อลอนโซ่ ซึ่งมองจากมุมไหนแล้ว ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเจ้าตัวถึงทำแบบนั้น

เครดิตโดย>>> www.ufabetwinS.com

อ่านต่อได้ที่>>> https://www.qusheng888888.com