Nice และ Marseille ลงโทษตามพฤติกรรมการเลือกปฏิบัติของแฟน ๆ

สโมสร ฟุตบอล ชั้นนำ ของฝรั่งเศส Nice และ Marseille ถูกลงโทษ เนื่องจากพฤติกรรม “พินิจพิเคราะห์” ของแฟน ๆ ซึ่งรวมถึงแบนเนอร์ แบบปรักปรำ และ สวดมนต์

สโมสร ฟุตบอล ชั้นนำ ของฝรั่งเศส Nice และ Marseille ถูกลงโทษ เนื่องจาก พฤติกรรม “พินิจพิเคราะห์” ของแฟน ๆ ซึ่งรวมถึง แบนเนอร์ แบบปรักปรำ และ สวดมนต์

Nice จะมีเทียร์ ในสนาม ของมันปิด การแข่งขัน ที่บ้านในขณะ ที่ผู้สนับสนุนของ Marseille จะไม่สามารถเข้าร่วม เกมเยือนได้
ชั้นบน ของทริบูนซูด ยืนของสนามกีฬา Allianz Riviera ของนีซจะปิด การแข่งขัน กับลีลวันเสาร์ ตามคำตัดสิน ของคณะ กรรมการ วินัยของ Ligue de Football Professionnel (LFP)

“น้องแพรี่” หญิงข้ามเพศ ที่กำลังกลายเป็นประเด็น เผ็ดร้อน หลังยื่น สมัครงาน กับบริษัท ยักษ์ใหญ่ แต่กลับถูกทิ้ง ฝันไว้กลางทาง เพราะเพศ สภาพ ไม่ตรง กับเพศ ที่กำเนิด บริษัท ไม่ยอมรับให้เข้าทำงาน

(14 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล มีเดีย กำลังให้ ความสนใจ ประเด็น ดราม่า การจ้างงานของบริษัท ยักษ์ใหญ่ ระดับโลก แห่งหนึ่ง หลังพบว่ามีการเลือกปฏิบัติ ต่อบุคคล ที่มีความหลากหลายทางเพศ ด้วยการไม่จ้าง สาวประเภทสอง เข้าทำงาน เพียงเพราะมี เพศสภาพ ไม่ตรงตาม เพศกำเนิด ทำให้เป็นประเด็น ที่กำลังถูกวิจารณ์ อยู่ในขณะนี้

Nice supporters unfurled several banners at the game with Marseille.

นาดา ไชยจิตต์ นักกิจกรรม เพื่อสิทธิ มนุษยชน ได้โพสต์ เรื่องราวลง เพจเฟซบุ๊ก ที่กำลังได้รับความสนใจ จากโซเชียล มีเดีย เป็นกระแสเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ เนื่องจากพบเรื่องราวการเลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนข้ามเพศและรักร่วมเพศในประเทศไทยของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง หลังปฏิเสธที่จะรับกลุ่มคนประเภทนี้ร่วมเข้าทำงานด้วย

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับ “น้องแพรี่” ผู้ที่นิยามตัวเองเป็น “สาวประเภทสอง” น้องแพรี่เป็นบุคคลข้ามเพศ ไม่เคยปิดบังเพศสภาพของตัวเอง และใช้ชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ น้องแพรี่เป็นสาวประเภทสองสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 ก็ออกหางานทำ เพราะแบกรับภาระร่วมกับพี่ชายในการดูแลพ่อที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ

น้องแพรี่ ถูกเลือกปฏิบัติ ในการจ้างงาน และ เล็งเห็นว่าประเด็นนี้ ควรถูกยกระดับ ให้เป็นประเด็นสาธารณะ เพื่อให้แพรี่ แล ะครอบครัว ได้เข้าถึงความยุติธรรม ด้วยคำถามที่ว่า ทำไมสาวประเภทสองจะไม่มีความสามารถเพียงพอ หลังจากคร่ำหวอด อยู่ในวงการขาย และ บริการ ด้านเครือข่าย และ โทรศัพท์มือถือ มายาวนานกว่า 5 ปี

ทั้งนี้ น้องแพรี่ ได้ไปสมัครงาน กับบริษัทยักษ์ใหญ่ แห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง พนักงาน ขายโทรศัพท์ มือถือ ประจำ ที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.สุราษฎร์ธานี บ้านเกิดของเธอ โดยเป็นการสมัครงานผ่านตัวแทนบริษัท จัดหางาน ข้ามชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งน้องแพรี่ ได้ทำการยื่นเอกสาร และ สอบคัดเลือกไม่ต่างกับทุกคน ที่สมัครงานนี้ เธอผ่าน การทดสอบ วัดทักษะ ต่างๆ ด้วยคะแนนค่อนข้างดี

ในเวลาต่อมา ทางตัวแทนจัดหางานได้แจ้งว่าให้เธอลาออกจากงานประจำในปัจจุบันได้ สร้างความหวังว่าเธอจะได้รับตำแหน่งงานในที่ใหม่อย่างแน่นอน หลังจากนั้นเธอก็ซื้อตั๋วเครื่องบิน เตรียมเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำการปฐมนิเทศเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ของบริษัทยักษ์ใหญ่

แต่ยังไม่ทันได้ขึ้นเครื่องบิน น้องแพรี่ กลับได้รับเอกสารแจ้งจากบริษัทว่า เอกสารของเธอมีปัญหา เนื่องจากเธอใช้คำนำหน้าชื่อว่า “นาย” แต่เพศสภาพของเธอเป็นผู้หญิง ทำให้บริษัทไม่สามารถลงทะเบียนประวัติของเธอในสารบบได้ จนกว่าเธอจะรับปากว่าจะเข้าร่วมการอบรมพนักงานใหม่ ด้วยบุคลิกภาพคำนำหน้าชื่อที่ระบุในเอกสาร เท่ากับว่าเธอต้องมาปรากฏตัวที่บริษัทตามเพศกำเนิดของตัวเองเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าวให้เหตุผลว่า ทางบริษัทไม่มีนโยบายรับสาวประเภทสองหรือบุคคลข้ามเพศเข้าร่วมงาน ในกรณีของเธอนั้นเข้าข่ายเป็นการคัดสรรคนที่ผิดพลาด เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นเพศหญิงโดยกำเนิด หากทางบริษัทตัวแทนจัดหางานทราบตั้งแต่แรก เธอจะต้องถูกคัดชื่อออกจากการสมัครตั้งแต่แรก เพราะเป็นนโยบายหลักของบริษัท

เครดิตโดย: www.ufabetwinS.com

อ่านต่อได้ที่: www.fretzsimonds.com